วิธีประหยัดค่าไฟในบ้าน ลดบิลได้จริงด้วย 10 จุดที่ควรเช็ก

ค่าไฟที่สูงขึ้นมักไม่ได้เกิดจากเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเดียว แต่เกิดจากหลายพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่ทำซ้ำทุกวัน เช่น เปิดแอร์เย็นเกินจำเป็น ปล่อยทีวีค้างโหมดสแตนด์บาย หรือตั้งตู้เย็นแน่นจนระบายความร้อนได้ไม่ดี ข่าวดีคือ วิธีประหยัดค่าไฟในบ้าน ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการซื้อเครื่องใช้ใหม่ราคาแพงเสมอไป หลายอย่างปรับได้ทันทีจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว

เริ่มจากดูว่าไฟถูกใช้ตรงไหนมากที่สุด

ก่อนตั้งเป้าว่าจะลดค่าไฟ ให้ลองดูบิลย้อนหลัง 2-3 เดือนควบคู่กับพฤติกรรมของคนในบ้าน เดือนที่ค่าไฟพุ่งขึ้นตรงกับช่วงอากาศร้อน มีคนอยู่บ้านทั้งวัน หรือเพิ่งเพิ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือไม่ วิธีนี้ช่วยให้แก้ปัญหาได้ตรงจุดกว่าการปิดไฟทุกดวงแบบกังวลไปหมด

โดยทั่วไป เครื่องปรับอากาศ เครื่องทำน้ำอุ่น ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เตารีด และอุปกรณ์ทำความร้อน มักเป็นกลุ่มที่ใช้ไฟค่อนข้างมาก เพราะต้องเปลี่ยนอุณหภูมิหรือใช้กำลังไฟสูง ส่วนหลอดไฟ เราเตอร์ โทรทัศน์ และกล่องรับสัญญาณอาจกินไฟไม่มากต่อชิ้น แต่หากเปิดทิ้งไว้ตลอด 24 ชั่วโมงก็รวมเป็นค่าใช้จ่ายได้… Read More

แอร์ประหยัดไฟดูยังไง เลือกให้เย็นสบาย ค่าไฟไม่พุ่ง

เปิดบิลค่าไฟช่วงอากาศร้อนแล้วพบว่าตัวเลขสูงกว่าปกติ หลายบ้านมักสงสัยว่าเครื่องปรับอากาศคือสาเหตุหลักหรือไม่ คำตอบคือแอร์มีผลต่อค่าไฟไม่น้อย โดยเฉพาะเมื่อเปิดหลายชั่วโมงต่อวัน แต่การเลือกเครื่องที่เหมาะกับห้องและใช้ให้ถูกวิธีช่วยลดการใช้ไฟได้จริง คำถามว่า แอร์ประหยัดไฟดูยังไง จึงไม่ควรดูแค่คำโฆษณาบนหน้ากล่อง เพราะมีทั้งฉลากประหยัดไฟ ค่า SEER ขนาด BTU และพฤติกรรมการใช้งานที่ต้องพิจารณาร่วมกัน

แอร์ประหยัดไฟดูยังไง เริ่มจากฉลากเบอร์ 5

จุดที่ดูง่ายที่สุดคือฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. ฉลากนี้ช่วยให้ผู้ซื้อเปรียบเทียบประสิทธิภาพการใช้พลังงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าในกลุ่มเดียวกันได้ โดยบนฉลากแอร์จะมีข้อมูลสำคัญ เช่น รุ่น ขนาดทำความเย็น ค่าไฟฟ้าโดยประมาณต่อปี และค่าประสิทธิภาพตามฤดูกาล

อย่าเลือกจากคำว่า “เบอร์ 5” เพียงอย่างเดียว เพราะแอร์หลายรุ่นอาจได้เบอร์ 5 เหมือนกัน แต่มีประสิทธิภาพไม่เท่ากัน … Read More

10 สัญญาณเตือนว่าบ้านไม่ปลอดภัย

เสียงประตูปิดไม่สนิท ไฟหน้าบ้านที่เสียมาหลายวัน หรือหน้าต่างที่เหมือนล็อกแล้วแต่ยังขยับได้ สิ่งเล็กๆ แบบนี้มักถูกปล่อยผ่าน เพราะหลายคนคิดว่าเดี๋ยวค่อยซ่อมก็ได้ แต่ความจริงแล้วนี่อาจเป็น สัญญาณเตือนว่าบ้านไม่ปลอดภัย ที่ทำให้เกิดทั้งอุบัติเหตุและความเสี่ยงเรื่องทรัพย์สินโดยไม่รู้ตัว

บ้านที่ปลอดภัยไม่จำเป็นต้องเป็นบ้านราคาแพงหรือมีระบบอัจฉริยะครบชุดเสมอไป บ่อยครั้งแค่เริ่มจากการสังเกตความผิดปกติรอบตัว แล้วแก้จุดเสี่ยงทีละจุด ก็ช่วยลดปัญหาใหญ่ได้มาก บทความนี้จะพาเช็กสัญญาณสำคัญที่หลายบ้านมองข้าม พร้อมบอกว่าควรรีบจัดการเรื่องไหนก่อน

สัญญาณเตือนว่าบ้านไม่ปลอดภัยที่เจอบ่อย

1. ประตูและหน้าต่างปิดไม่แน่น

ถ้าประตูต้องออกแรงกระแทกถึงจะปิดได้ หรือหน้าต่างดูเหมือนล็อกแล้วแต่ยังเลื่อนเปิดได้ง่าย นี่คือจุดเสี่ยงอันดับต้นๆ เพราะเป็นช่องทางที่ผู้ไม่หวังดีเข้าถึงบ้านได้ง่ายกว่าที่คิด ยิ่งถ้าวงกบเริ่มผุ บานพับหลวม หรือลูกบิดมีอาการฝืดผิดปกติ ก็ยิ่งไม่ควรปล่อยไว้

หลายบ้านเข้าใจว่ามีเหล็กดัดแล้วจะปลอดภัย แต่ถ้าตัวล็อกหลักไม่แข็งแรงก็ยังเสี่ยงอยู่ดี โดยเฉพาะบ้านที่อยู่ชั้นล่าง ทาวน์โฮม หรือบ้านที่มีมุมอับด้านข้าง ควรตรวจทั้งกลอน ประตูหลังบ้าน และหน้าต่างที่ติดกับรั้ว เพราะมักเป็นจุดที่ถูกมองข้ามที่สุด… Read More

ระบบความปลอดภัย ของต้องมี เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคน

สำหรับหลายคนที่ไม่ค่อยได้อยู่บ้าน อาจต้องออกไปทำงานทั้งวัน หรือต้องออกไปทำงานต่างที่หรือต่างจังหวัดเป็นเวลานาน ๆ การต้องทิ้งบ้านไว้โดยไม่มีใครดูแลอาจทำให้คุณรู้สึกเป็นกังวล การติดตั้งระบบความปลอดภัยให้แก่บ้านของคุณ เป็นอีกวิธีที่จะช่วยคลายความกังวลใจให้แก่คุณได้ ให้คุณสามารถไปทำงานหรือออกจากบ้านได้อย่างสบายใจมากขึ้นRead More